Hermes Luxury Cat Home

Hermes Luxury Cat Home Hermes Luxury Cat Home สวรรค์ของคนรักแมว

พาน้องเทียนหอมมาทักทายยามดึกค่ะ ฝันดีนะคะ จู๊ดไนท์~
04/10/2022

พาน้องเทียนหอมมาทักทายยามดึกค่ะ

ฝันดีนะคะ จู๊ดไนท์~

สวัสดียามค่ำค่ะ เราแวะมาแจกความน่ารักสดใสของน้อง Munchkin Fold ก่อนนอนกันค่าาา 🥰🥰😘😘
19/09/2022

สวัสดียามค่ำค่ะ เราแวะมาแจกความน่ารักสดใสของน้อง Munchkin Fold ก่อนนอนกันค่าาา 🥰🥰😘😘

หนุ่มหล่อ สาวสวยจากบ้านเราเองค่าาา
19/09/2022

หนุ่มหล่อ สาวสวยจากบ้านเราเองค่าาา

ยินดีต้อนรับลูกๆของคุณแม่เฮร่า สายพันธุ์ British Shorthair ค่าาาาน้องเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมานี้เองค่ะ
12/09/2022

ยินดีต้อนรับลูกๆของคุณแม่เฮร่า สายพันธุ์ British Shorthair ค่าาาา

น้องเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมานี้เองค่ะ

นำชมลูกพ่อดาวเหนือฮับKinkalow น่ารักๆ จากบ้านของพวกเราเองค่าาา
07/09/2022

นำชมลูกพ่อดาวเหนือฮับ

Kinkalow น่ารักๆ จากบ้านของพวกเราเองค่าาา

เตรียมโบกรถโรงเรียนเร็วๆนี้กันเลยค่าาาาพ่อของพวกเราเป็น British Shorthair สายเลือดแชมป์แม่ของพวกเราเป็น Scottish Foldพวก...
07/09/2022

เตรียมโบกรถโรงเรียนเร็วๆนี้กันเลยค่าาาา

พ่อของพวกเราเป็น British Shorthair สายเลือดแชมป์
แม่ของพวกเราเป็น Scottish Fold
พวกเราเกิดวันที่ 15 ส.ค. 2565

พร้อมจองที่นั่งในโรงเรียนตุลาคมนี้ ใครอยากไปกับพวกเราบ้างเอ่ยยยย??

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวเป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นได้กับแมวและลูกแมว แมวหร...
05/09/2022

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวเป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นได้กับแมวและลูกแมว แมวหรือลูกแมวที่เป็นโรคนี้มีสัดส่วนที่น้อยมาก โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยซึ่งมีชื่อว่า ไวรัสโคโรนาในแมว

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวคืออะไร
โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว (Feline Infectious Peritonitis หรือ FIP) เป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นได้กับแมวและลูกแมว แมวหรือลูกแมวที่เป็นโรค FIP มีสัดส่วนที่น้อยมาก โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยซึ่งมีชื่อว่า ไวรัสโคโรนา ในแมว

ไวรัสโคโรนาในแมวคืออะไร
ไวรัสโคโรนาในแมวเป็นไวรัสที่ติดต่อระหว่างแมวผ่านการสัมผัสกับอุจจาระที่ติดเชื้อ ทั้งนี้ การติดต่อสามารถเกิดขึ้นได้เวลาที่แมวแต่งขนให้กัน หรือเวลาที่แมวใช้กระบะทราย ชามอาหาร หรืออุปกรณ์แปรงขนร่วมกัน

ไวรัสโคโรนาในแมวทำให้เกิดโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวได้อย่างไร
มีไวรัสโคโรนาในแมวอยู่สองชนิดที่ส่งผลต่อแมวและลูกแมว ได้แก่
• ไวรัสโคโรนาที่ลำไส้
• ไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรค FIP

เจ้าไวรัสโคโรนา "ที่ลำไส้" นี้จะจำกัดบริเวณอยู่ในลำไส้เป็นหลัก ไวรัสจะแบ่งตัวในลำไส้และทำให้มีอาการท้องเสีย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดในลูกแมวมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลูกแมวอาศัยร่วมกับแมวตัวอื่นๆ

ส่วนไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรค FIP ปัจจุบันได้รับการพิจารณาว่าเป็นไวรัสที่กลายพันธุ์จากไวรัสโคโรนาที่ลำไส้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจว่าไวรัสโคโรนาที่ไม่ค่อยร้ายแรงนั้นกลายพันธุ์เป็นโรค FIP ที่อันตรายถึงชีวิตได้อย่างไร

จะเกิดอะไรขึ้นกับแมวที่เป็นโรค FIP
แมวที่เป็นโรค FIP อาจทุกข์ทรมานกับอาการ
• มีของเหลวในช่องอกหรือช่องท้อง ซึ่งเรียกว่าโรค FIP แบบ "เปียก"
• มีตุ่มขึ้น (เนื้องอก) ในอวัยวะภายใน ซึ่งเรียกว่าโรค FIP แบบ "แห้ง"

โรค FIP มีอาการอย่างไร
แมวหรือลูกแมวจะแสดงอาการหลายอย่างจากโรค FIP ได้แก่
• มีไข้
• อาเจียน
• เบื่ออาหาร
• ท้องเสีย
• ชัก

สัตวแพทย์สามารถทดสอบว่าแมวเป็นโรค FIP ได้หรือไม่
ปัจจุบัน สัตวแพทย์สามารถเข้าถึงเทคนิคเฉพาะทางต่างๆ ที่ช่วยในการตรวจหาการมีอยู่ของไวรัสโคโรนา อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์นี้ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างไวรัสโคโรนาที่ลำไส้กับไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรค FIP ได้
ซึ่งหมายความว่าไม่มีการทดสอบเฉพาะทางสำหรับโรค FIP

สัตวแพทย์จะทำการทดสอบเหล่านี้ตอนไหน
สัตวแพทย์จะทำการทดสอบแบบนี้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยแมวที่ป่วย สัตวแพทย์จะแปลผลการทดสอบเหล่านี้อย่างระมัดระวังโดยวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการ เช่น สภาพแวดล้อมที่แมวหรือลูกแมวอาศัยอยู่ อาการแสดงออกของโรค และผลการทดสอบอื่นๆ ที่มีการทำขึ้น

มีวัคซีนป้องกันโรค FIP หรือไม่

มีวัคซีนสำหรับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว แต่ยังคงมีการถกเถียงกันเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีน
ลูกแมวทุกตัวจะต้องได้รับวัคซีนหลักซึ่งประกอบด้วย
• โรคหวัดแมว ทั้งไวรัสเริมในแมว (fHV) และไวรัสคาลิไซในแมว (FCV)
• ไวรัสโรคไข้หัดในแมว (FPV)
• ไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว (FeLV)

เนื่องจากวัคซีนสำหรับโรค FIP ไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่วัคซีนหลัก จึงไม่มีการฉีดวัคซีนสำหรับโรคนี้ให้ลูกแมวหรือแมวทุกตัว เพื่อให้เข้าใจว่าวัคซีนอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับลูกแมวของคุณ คุณควรขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ สัตวแพทย์จะให้คำแนะนำตามวิถีชีวิตของแมวโดยวิเคราะห์จากปัจจัยต่างๆ เช่น แมวมักอยู่นอกบ้านและสัมผัสกับแมวตัวอื่นๆ หรือไม่ ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพลูกแมวของคุณหรือมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับวัคซีนที่ลูกแมวควรได้รับ คุณสามารถขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ได้เสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.royalcanin.com/th/cats/kitten/feline-infectious-peritonitis
และภาพจาก https://en.basmifipthailand.com/post/what-is-fip-feline-infectious-peritonitis-in-cats

วันที่ 1 กันยายน เป็นวันแมวส้มนะคะบ้านไหนมีแมวส้มมาอวดโฉมกันหน่อยค่าาา
01/09/2022

วันที่ 1 กันยายน เป็นวันแมวส้มนะคะ

บ้านไหนมีแมวส้มมาอวดโฉมกันหน่อยค่าาา

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 2)การคุมกำเนิดที่เหมาะสม ควรทำอย่างไรในทางปฏิบัติมีวิธีการคุมกำเนิดในสุนัขแล...
01/09/2022

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 2)

การคุมกำเนิดที่เหมาะสม ควรทำอย่างไร
ในทางปฏิบัติมีวิธีการคุมกำเนิดในสุนัขและแมว 2 วิธี ดังนี้

1.การผ่าตัดทำหมัน
วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคุมกำเนิดสัตว์ เพราะการผ่าตัดทำหมัน นอกจากจะช่วยลดประชากรสัตว์ได้อย่างแน่นอนแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมดลูกอักเสบ และเนื้องอกเต้านมในสัตว์อีกด้วย ซึ่งทั้งสองภาวะนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ในเมื่อสัตว์มีอายุมากขึ้นอยู่แล้ว การผ่าตัดทำหมัน จะช่วยให้สัตว์มีชีวิตยืนยาว สามารถอยู่กับ เจ้าของได้นานมากขึ้น หลายคนเชื่อว่าการผ่าตัดทำหมันเป็นการทรมานสัตว์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การผ่าตัดทำหมัน อยู่ในความควบคุมของสัตวแพทย์ ซึ่งมีการวางยาสลบ ทำให้สัตว์ไม่รู้สึกเจ็บปวด และเมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วก็จะมีการให้ยาปฏิชีวนะ และยาบรรเทาปวด อาจจะมีเจ็บแผลบ้างเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หลังจากผ่าตัดทำหมันแล้ว ฮอร์โมนเพศของสัตว์จะลดลง ทำให้การเผาผลาญลดลง จึงเป็นสาเหตุให้สัตว์อ้วนได้ ดังที่พบเห็นกันได้ทั่วไป แต่หากหลังผ่าตัดทำหมัน มีการควบคุมปริมาณพลังงานในอาหารให้ลดลง 30% และมีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็จะทำให้สัตว์ไม่อ้วน

2.การแยกสัตว์เลี้ยงเพศผู้และเพศเมีย ในช่วงที่สัตว์เพศเมียแสดงอาการเป็นสัด

แมวเพศเมียจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เริ่มติดสัดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4-5 เดือนขึ้นไป แต่ต้องขึ้นอยู่กับฤดูผสมพันธุ์ของแมวด้วย เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่ผสมตามฤดู (ไม่ได้มีวงรอบทุก ๆ เดือนเหมือนในคน) ฤดูผสมพันธุ์ของแมวจะเป็นช่วงที่กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน (ฤดูร้อน) แต่ในประเทศไทยที่ไม่ค่อยมีความแตกต่างเรื่องช่วงแสงกลางวันและกลางคืน ทำให้ฤดูผสมพันธุ์ของแมวไม่ชัดเจน อาจจะผสมได้ทั้งปี อาการติดสัดแล้วแต่แมวแต่ล่ะตัวจะแสดงออก หลัก ๆ ที่พบได้คือ
- ร้องโวยวายผิดปกติ
- นอนกลิ้งไปกลิ้งมา
- เข้ามาคลอเคลียมากกว่าปกติ จับบริเวณก้นแล้วมักโก่งก้นขึ้น และเบี่ยงหางออกด้านข้าง เพื่อเปิดทางช่องคลอดเพื่อเตรียมรับการผสม
- แมวบางตัวอาจพบอาการอวัยวะเพศบวมโต กว่าปกติเล็กน้อย หรืออาจมีเมือกใส ๆ ให้เห็น *แต่จะไม่มีเลือดออกมาจากช่องคลอดเหมือนในสุนัข

ดังนั้น ในช่วงเวลานี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของสัตว์ต้องให้ความใส่ใจดูแล และแยกสัตว์เพศผู้และเพศเมียออกจากกันอย่างเด็ดขาด อาจใช้วิธีขังกรง (ควรใช้กรงตาถี่ ๆ เพราะหากเป็นกรงตาห่าง ๆ พบว่าสัตว์ตัวผู้ก็ยังสามารถเข้ามาผสมพันธุ์ได้ ) หรือเลี้ยงอยู่ในบ้านที่เป็น ระบบปิด ปิดทางเข้าออกทุกทาง ป้องกันไม่ให้สัตว์ตัวผู้เข้ามาได้

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า การคุมกำเนิดในสัตว์นั้นมีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีก็มีข้อจำกัดมากมายแตกต่างกัน แต่วิธีที่ดีที่สุด สามารถช่วยลดความยุ่งยากในการควบคุมสัตว์ในแต่ละครั้ง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรง อื่น ๆ และลดปัญหาอื่น ๆ ไปได้อย่างถาวรก็คือวิธีการผ่าตัดทำหมัน จึงสมควรที่ประชาชนทั่วไปควรมีความรู้ความ เข้าใจในเรื่องการคุมกำเนิดสัตว์ และการผ่าตัดทำหมันในสัตว์ให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดี และชีวิตที่ยืนยาวของสัตว์ต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bec-vet.com/th/Blogs/Detail/30-ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว
และภาพจาก https://www.osdco.net/communities/knowledge/468/dog-birth-control

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 1)เมื่อสุนัขและแมว อยู่ในช่วงอาการติดสัดมักจะสร้างความวุ่นวายใจให้กับเจ้าของ...
31/08/2022

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 1)

เมื่อสุนัขและแมว อยู่ในช่วงอาการติดสัดมักจะสร้างความวุ่นวายใจให้กับเจ้าของไม่น้อย หลาย ๆ คนคงยังตัดสินใจพาสัตว์เลี้ยงไปทำหมันและหลายคนก็ยังต้องการแค่ฉีดยาคมกำเนิด

จากกระแสที่เกิดขึ้นมากมายในสังคม เมื่อสัตว์เกิดอาการมดลูกอักเสบ (pyometra) สืบเนื่องมาจากการฉีดยาคุมกำเนิดนั้นทำให้หลาย ๆ หน่วยงาน หันมารณรงค์ ห้ามฉีดยาคุมกำเนิดให้กับสัตว์เลี้ยง และหันมาใช้วิธีการผ่าตัดทำหมันแทน

การฉีดยาคุมกำเนิด โดยใช้ฮอร์โมนในแมวและสุนัขนั้น นอกจากจะก่อให้เกิดอันตรายกับตัวสัตว์ที่ได้รับการฉีดโดยตรงแล้ว ยังอาจส่งผลต่อเนื่องอีกหลายอย่างที่คิดไม่ถึง

ฮอร์โมนคุมกำเนิด ที่ใช้ในสุนัขและแมว มีหลากหลาย ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ โพรเจสโตเจน หรือ โพรเจสติน (progestogens or progestins; PGs) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ (synthetic analogues) ของ progesterone เช่น medroxyprogesterone acetate (MPA-Depoâ), megestrol acetate (MA), proligestone (PR-Covinan), chlormadinone acetate (CMA), delmadinone acetate (DMA), norethisterone acetate (NTA) และ melengestrol acetate (MGA)

มีการใช้มากในการควบคุมการเป็นสัดของในสัตว์หลาย ๆ ชนิด เช่น ในสุนัขและแมว โดยขึ้นอยู่ช่วงที่ใช้
1.ใช้คุมกำเนิดแบบชั่วคราว (เริ่มใช้ในช่วงก่อนการเกิดระยะ proestrus หรือก่อนเป็นสัดระยะแรก)
2.ใช้คุมกำเนิดแบบระยะเวลานาน (เริ่มในช่วง anestrus คือช่วงที่ไม่เป็นสัด )
3.ใช้เลื่อนการเป็นสัดออกไป หรือใช้เพื่อกดการเป็นสัด (เริ่มใช้เมื่อเริ่มเป็นสัดไปแล้วในระยะต้น - ใช้ได้บางชนิดเท่านั้น)

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไปหยุดการสร้าง การหลั่งของฮอร์โมนปกติจากสมอง โดยแต่ละตัวก็จะมีผลต่อระบบสืบพันธุ์และระบบฮอร์โมนต่าง กัน เช่น
- เกิดถุงน้ำที่รังไข่
- เกิดพัฒนาตัวอ่อนผิดปกติ คลอดยาก ลูกตายในท้อง หรือกลายเป็นเนื้องอก
- ลดการสร้างหรือเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนบางชนิด เกี่ยวเนื่องกับภาวะเบาหวาน
- แม่สัตว์บางตัวเป็นมดลูกอักเสบ

เมื่อถูกยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากสมอง ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลและทำให้เกิดผลข้างเคียง อาจมีผลต่อพฤติกรรม เช่น หากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากมีการกดการทำงานของไขกระดูกได้

ผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้ยาชนิดนี้สามารถป้องกันได้ ถ้ามีการใช้ในขนาดที่ถูกต้องและไม่ใช้ติดต่อนานจนเกิดไป การเลือกใช้ในสัตว์แต่ละตัวควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ คือ
1. ต้องรู้วงรอบการเป็นสัดของสุนัขและแมวอย่างชัดเจน โดยสัตวแพทย์ต้องทำการตรวจทุกครั้งก่อนคิดให้ฮอร์โมนคุมกำเนิด
2. อย่าเลือกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้นาน ในการเป็นสัดครั้งแรกในแมว เพราะจะทำให้เกิดการกระต้นการขยายของเซลล์เต้านมอย่างยาวนานได้
3. ห้ามใช้ในสัตว์ที่ตั้งท้องอยู่ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความผิดปกติในการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์ หรืออาจทำให้เกิดการคลอดช้ากว่ากำหนด เกิดการตายของตัวอ่อนได้
4. ห้ามใช้ในสุนัขที่มีการเกิดเลือดออกจากมดลูก ห้ามใช้ในสัตว์ที่เกิดการเป็นสัดยาวนาน เนื่องจากอาจเกิดความผิดปกติ คือ ถุงน้ำ หรือเนื้องอกรังไข่
5. ห้ามใช้ในสัตว์ป่วยโรคเบาหวาน ควรทำการตรวจสอบค่าระดับน้ำตาลในเลือด blood glucose ในรายที่มีการให้ยามาเป็นเวลานานเพื่อตรวจสอบ glucose metabolism เสมอ

เจ้าของสัตว์หรือสัตวแพทย์สมัยใหม่ จะไม่นิยมฉีดยาคุมกำเนิดนี้แล้ว เพราะผลดีมีไม่มากเท่าผลเสีย ถ้าจำเป็นต้องฉีดจะต้องซักประวัติและตรวจร่างกายสัตว์อย่างละเอียดและไม่ทำการฉีดซ้ำหลายหน ...แต่ถ้าหลีกเลี่ยงได้จะดีที่สุด...หยุด การฉีดยาคุม แล้วแนะนำให้เจ้าของทำหมันถาวรในสัตว์เลี้ยงกันเถอะค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bec-vet.com/th/Blogs/Detail/30-ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว
และภาพจาก https://www.osdco.net/communities/knowledge/468/dog-birth-control

แมวโคราช อีกหนึ่งสัตว์ที่พยายามผล้กดันให้เป็นสัตว์ประจำชาติไทยแมวโคราช หรือ แมวมาเลศ ต้นกำเนิดพบที่อำเภอพิมาย จังหวัดนคร...
26/08/2022

แมวโคราช อีกหนึ่งสัตว์ที่พยายามผล้กดันให้เป็นสัตว์ประจำชาติไทย

แมวโคราช หรือ แมวมาเลศ ต้นกำเนิดพบที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หรือที่รู้จักกันในนามว่าโคราช มีหลักฐานบันทึกเกี่ยวกับแมวโคราชในสมุดข่อยที่เขียนขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1350-1767 หรือประมาณ พ.ศ. 1893-2310

ชื่อแมวโคราช เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยใช้แหล่งกำเนิดของแมวเป็นชื่อเรียกพันธุ์แมว มีเรื่องเล่ามากมายหรือเป็นตำนานเล่าขานเกี่ยวกับแมวโคราช รวมถึงตำนานพื้นบ้านที่กล่าวถึงการที่แมวโคราชมีหางหงิกงอมากเท่าไหร่จะมีโชคลาภมากเท่านั้น (แม้ว่าลักษณะหางหงิกงอไม่ใช่มาตรฐานพันธุ์ตามหลักของ CFA ก็ตาม) แต่คนไทยบางกลุ่มจะเรียกแมวโคราชว่า แมวสีสวาด เนื่องจากขนของแมวโคราชมีสีเหมือนเมล็ดของต้นสวาดนั่นเอง

ปัจจุบันได้มีการผลักดันให้แมวโคราชขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ประจำชาติไทย ในปี พ.ศ. 2552

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น
ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีสวาด (silver blue) ทั่วทั้งตัวและเป็นสีสวาดตั้งแต่เกิดจนตาย
ลักษณะของส่วนหัว : หัวเมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ในแมวตัวผู้หน้าผากมีรอยหยักทำให้เป็นรูปหัวใจเด่นชัดมากขึ้น หูใหญ่ตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ผิวหนังที่บริเวณจมูกและริมฝีปากสีเงิน หรือม่วงอ่อน
ลักษณะของนัยน์ตา : นัยน์ตาสีเขียวสดใสเป็นประกาย หรือสีเหลืองอำพัน ขณะยังเป็นลูกแมวตาจะเป็นสีฟ้า เมื่อโตขึ้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด และเมื่อเติบโตเต็มที่ตาจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวใบไม้ หรือสีเหลืองอำพัน
ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อย ๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

คนสมัยโบราณมีความเชื่อว่า แมวสีสวาดเป็นแมวนำโชคลาภของคนโคราช และคนเลี้ยงทั่ว ๆ ไป จะนำมาซึ่งความสุขสวัสดิมงคลแก่ผู้เลี้ยง แมวสีสวาดเคยประกวดชนะเลิศในระดับโลกมาแล้วในปี พ.ศ. 2503 ที่สหรัฐอเมริกา เป็นแมวตัวเมียชื่อว่าสุนัน และเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศมาก จึงนับว่าแมวไทยได้ทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยเป็นอันมาก

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย
ขนยาวเกินไป มีสีอื่นปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป (เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี

บทกวีที่กล่าวถึงแมว
วิลามาเลศพื้น พรรณกาย
ขนดังดอกเลาราย เรียบร้อย
โคนขนเมฆมอปลาย ปลอมเสวตร
ตาดั่งน้ำค้างย้อย หยาดต้องสัตบง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki/มาเลศ

ทำความรู้จักกับแมววิเชียรมาศ แมวไทยโบราณสู่เวทีโลกแมววิเชียรมาศ (Siamese cat) เป็นแมวไทยที่มีความสวยงาม และเป็นที่มีชื่อ...
25/08/2022

ทำความรู้จักกับแมววิเชียรมาศ แมวไทยโบราณสู่เวทีโลก
แมววิเชียรมาศ (Siamese cat) เป็นแมวไทยที่มีความสวยงาม และเป็นที่มีชื่อเสียงมากในต่างประเทศ ถือเป็นต้นตำรับของการผสมพันธุ์แมวพันธุ์ใหม่ๆด้วย อย่างที่เราสามารถเห็นได้ชัดๆก็คือแมวบาหลี และแมวหิมาลายันด้วย วันนี้เรามาทำความรู้จัก วิเชียรมาศ กันให้มากขึ้นนะคะ

ถิ่นกำเนิดแมววิเชียรมาศ (Siamese cat)
แน่นอนค่ะว่าต้องเป็นที่ประเทศไทยเรานี่แหละ เป็นแมวสายพันธุ์โบราณที่นิยมลี้ยงไว้ในวังตั้งแต่สมัยอยุธยา เพราะเชื่อว่าแมวพันธุ์นี้เป็นแมวมงคล ว่ากันว่า แมวมงคลคนธรรมดาสามัญชนไม่สามารถเลี้ยงได้ มีเรื่องราวกันว่าเมื่อสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 แมวไทย 17 ชนิดในพระราชวังของกรุงศรีอยุธยา ได้ถูกพวกพม่าและเชลย นำไปประเทศพม่า เพราะพม่าคิดว่า แมวไทยคือทรัพย์สินที่มีค่า ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้แมวไทยสูญพันธุ์ หลังจากนั้น แมววิเชียรมาศ ก็สาบสูญหายไปจากประเทศไทย ต่อมาสมเด็จพุฒาจารย์ พุทธสโร ได้ไปเที่ยวกรุงศรีอยุธยาร้าง แล้วไปเจอสมุดข่อยที่ไม่ถูกเผา จึงนำสมุดข่อยกลับมา แล้วให้คนไปไล่ต้อนจับ แมววิเชียรมาศ จนได้ แมววิเชียรมาศ กลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง

ลักษณะของแมววิเชียรมาศ
ลักษณะหัวจะมนๆ ไม่กลม ไม่แหลมจนเกินไป หน้าผากแบนใหญ่ จมูกสั้น หูใหญ่ตั้งสูง ดวงตามีสีฟ้า หางยาวปลายแหลมชี้ตรง ขายาวเรียวกำลังดี ลำตัวขนสั้นสีขาว มีสีน้ำตาลอ่อน หรือสีน้ำตาลไหม้ที่บริเวณใบหน้า หูทั้งสองข้าง เท้าทั้งสี่ หางและที่อวัยวะเพศ ทั้งเพศผู้และแมวเพศเมีย รวม 9 แห่ง ขณะที่อายุยังน้อย หรือเป็นลูกแมว สีขนจะออกสีครีมอ่อนๆ หรือขาวนวล พอโตขึ้นสีจะค่อยๆเข้มขึ้นตามลำดับจนเป็นสีน้ำตาล

อุปนิสัยของแมววิเชียรมาศ
แมววิเชียรมาศค่อนข้างที่จะระมัดระวังตัวเองดี รักสงบ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครบังคับ เชื่องกับเจ้าของและรักเจ้าของ จะไม่สนิทกับคนแปลกหน้าง่ายๆ คือ ไม่เข้าหาคนแปลกหน้า และอาจข่วนคนแปลกหน้า ถ้าทำให้มันตกใจ แมวเป็นสัตว์ที่มีนิสัยผูกพันกับเจ้าของ รักบ้าน ชอบเดินสำรวจบริเวณบ้าน และหาของบันเทิงใจได้เสมอกับสิ่งรอบตัว เช่น แมลงเล็กๆ

การดูแลแมววิเชียรมาศ
แมววิเชียรมาศเป็นแมวไทยขนสั้น การแปรงขนก็ไม่ต้องแปรงบ่อยนัก เพราะแมวพันธุ์นี้ชอบเลียขนทำความสะอาดเองอยู่เสมอ และไม่จำเป็นที่จะต้องอาบน้ำเพราะแมววิเชียรมาศ มักจะป่วยเสมอ เป็นแมวที่ไม่ถูกกับน้ำสักเท่าไร่ แต่สุขภาพทั่วไปนั้นนับว่าแข็งแรง เลี้ยงง่าย และมีช่วงอายุได้ถึง 20 ปี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://songsaad.com/2021/06/07/แมววิเชียรมาศ-siamese-cat/

เลี้ยงแมวอย่างไรให้อายุยืนรู้หรือไม่ว่าหากเราดูแลแมวของเราให้มีสุขภาพที่ดี น้องแมวก็มีโอกาสที่จะเป็นแมวอายุยืนถึง 20 ปีไ...
24/08/2022

เลี้ยงแมวอย่างไรให้อายุยืน

รู้หรือไม่ว่าหากเราดูแลแมวของเราให้มีสุขภาพที่ดี น้องแมวก็มีโอกาสที่จะเป็นแมวอายุยืนถึง 20 ปีได้เลย

หัวใจสำคัญในการเลี้ยงแมวให้มีอายุยืนยาวก็ไม่ต้องใช้เคล็ดลับอะไรให้วุ่นวาย เพียงแต่หมั่นดูแลเอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพ อาหารการกินของน้องแมว และพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจเช็คสุขภาพตามที่คุณหมอนัดหมายอย่างต่อเนื่องเท่านั้นเอง แต่เล่าแค่นี้อาจจะยังไม่จุใจ มาติดตามอ่านแล้วไปดูแลแมวให้เป็นแมวอายุยืนไปพร้อมๆ กันด้วยเคล็ด(ไม่)ลับในการเลี้ยงแมวนี้กันดีกว่า

1. เลือกอาหารการกิน
กุญแจสำคัญสำหรับการมีสุขภาพดีของน้องแมวนั้นก็ไม่ต่างจากคน การเลือกอาหารที่มีคุณภาพดีมีสารอาหารครบถ้วนล้วนส่งผลต่อสุขภาพของน้องแมวแสนรักของเราทั้งสิ้น ดังนั้นการเลือกอาหารให้น้องแมวจึงเป็นสิ่งสำคัญ

2. ดูแลรูปร่าง
เลี้ยงแมวทั้งที ก็ต้องหมั่นดูแลน้องแมวให้ไม่อ้วนจนเกินไป โดยสังเกตได้จากรูปร่างที่สมส่วน ไม่มีพุงห้อยย้อย และไม่อ้วนจนจนมองไม่เห็นสันหลัง น้ำหนักมาตรฐานในน้องแมวจะอยู่ที่ 4.5 กิโลกรัม แต่ในแมวไทยอาจจะบอบบางกว่า น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3 กิโลกรัม ส่วนน้องแมวสายพันธุ์ใหญ่อย่างเมนคูณน้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 11 กิโลกรัม การดูแลรูปร่างไม่ให้อ้วนก็เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดโรคต่างๆ ที่มากับความอ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหากระดูกและข้อ โรคหัวใจ และโรคทางระบบอื่นๆ ซึ่งวิธีการดูแลน้องแมวให้มีรูปร่างที่สมส่วนก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ให้น้องแมวได้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 10-15 นาที วันละ 1-2 ครั้ง และให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ตามที่ฉลากอาหารข้างถุงระบุเอาไว้ เท่านี้รูปร่างที่ดีเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว

3. ทำหมัน
การทำหมันทำให้แมวอายุยืนยาวขึ้นกว่าน้องแมวที่ไม่ได้ทำหมันถึง 2 เท่า เพราะการทำหมันจะช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าว และการออกเที่ยวนอกบ้าน ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อโรคติดต่ออันตรายที่มาจากการต่อสู้กัน ที่มักจะพบได้มากในน้องแมวที่ฮอร์โมนพุ่งพล่านที่ยังไม่ได้รับการทำหมันเพื่อแย่งอาณาเขต หรือแย่งน้องแมวตัวเมียนั่นเอง โดยอายุเฉลี่ยของน้องแมวปกติจะอยู่ที่ 14-16 ปี แต่การทำหมันจะช่วยลดความเสี่ยงของการติดโรคต่างๆ ที่กล่าวมา และทำให้น้องแมวอายุยืนยาวได้อีกหลายปีเลยทีเดียว ถ้าใครมีลูกแมวอายุราว 4-6 เดือน ก็อย่าลืมพาน้องแมวไปปรึกษาคุณหมอ และตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำหมันได้เลย

4. ทำวัคซีน
การทำวัคซีนเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้กับร่างกายของน้องแมวจากโรคติดเชื้อร้ายแรงต่างๆ โดยเฉพาะโรคติดต่อที่อาจเป็นอันตรายต่อคนอย่างโรคพิษสุนัขบ้า การทำวัคซีนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องทำ และต้องไปรับการทำวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นประจำทุกปีตามที่สัตวแพทย์นัดหมาย

5. ป้องกันปรสิต
เรื่องเล็กๆ ที่เจ้าของแมวทุกคนต้องใส่ใจ คือการป้องกันปรสิตตัวร้าย ไม่ว่าจะเป็นหมัด พยาธิภายในทางเดินอาหาร และพยาธิหนอนหัวใจ ปัญหาเหล่านี้เป็นภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้เจ้าของแมวมักละเลยที่จะป้องกัน และก่อโรคอันตรายมากมายในน้องแมว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแพ้น้ำลายหมัด ขาดสารอาหารจากการมีพยาธิ เกิดโรคพยาธิหนอนหัวใจซึ่งการมีพยาธิหนอนหัวใจในน้องแมวแค่ตัวเดียว ก็อาจเป็นอันตรายถึงขั้นทำให้น้องแมวเสียชีวิตได้ โดยเจ้าของน้องแมวสามารถพาน้องแมวไปรับการป้องกันพยาธิภายนอก ภายใน และพยาธิหนอนหัวใจได้ตั้งแต่น้องแมวอายุ 6-8 สัปดาห์ และควรทำการป้องกันเป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามที่คุณหมอแนะนำ โดยกินยาถ่ายพยาธิภายในทุกๆ 3 เดือน และป้องกันพยาธิภายนอก เช่น หมัดแมว และป้องกันพยาธิหนอนหัวใจโดยใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดหยดหลังเป็นประจำทุกเดือน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.purina.co.th/articles/cats/senior/care/tips-to-help-pets-live-long-lives

มือใหม่เตรียมพร้อมกับ 12 สิ่งเมื่อคุณจะรับเลี้ยงลูกแมวตัวแรกสำหรับใครที่กำลังจะเริ่มต้นเลี้ยงแมวตัวแรก หรือมีลูกแมวตัวให...
23/08/2022

มือใหม่เตรียมพร้อมกับ 12 สิ่งเมื่อคุณจะรับเลี้ยงลูกแมวตัวแรก

สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มต้นเลี้ยงแมวตัวแรก หรือมีลูกแมวตัวใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวแล้วล่ะก็ การเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับดูแลเค้า ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ดูแลน้องแมวตัวน้อยให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เร็วขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เค้ามีอารมณ์ที่สดใสแล้ว ยังช่วยให้ลูกแมวตัวน้อยของเรา กลายเป็นลูกแมว สุขภาพดี สามารถทานอาหาร พักผ่อน และขับถ่ายเป็นปกติ ให้คุณพ่อคุณแม่น้องเหมียวมือใหม่อุ่นใจได้นั่นเองค่ะ

1. ตะกร้าแมว สำหรับเดินทางกลับบ้าน
สำหรับการเลี้ยงแมวนี่ คือไอเท็มที่จำเป็นมากเลยค่ะ เพราะการพาลูกแมวไปหาหมอ หรือการเคลื่อนย้ายน้องแมวไปยังสถานที่ใหม่ อาจทำให้ลูกแมวตื่นกลัวและไม่สบายตัว เพื่อนๆ จึงควรเลือกขนาดตะกร้าที่ใหญ่พอให้แมวยืนและหมุนตัวได้ง่าย ควรปิดมิดชิด แต่ต้องระบายอากาศได้ดี และก่อนใช้งานควรปูผ้าเช็ดตัวนุ่มๆ ที่เราใช้งานไปแล้วรองที่พื้นเสียก่อน เพราะกลิ่นที่คุ้นเคยจะทำให้ลูกแมวรู้สึกสบายและปลอดภัยค่ะ

2. ชามใส่น้ำและอาหารลูกแมว
เพื่อนๆ สามารถเลือกชามที่เหมาะสมกับขนาดตัวของลูกแมวได้อย่างอิสระ แต่แนะนำว่าอย่าลืมเติมน้ำสะอาดเอาไว้ให้เค้าทานเสมอเพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะของแมว ช่วยให้ลูกแมวสุขภาพดี และควรทำความสะอาดชามอาหารลูกแมวทุกวันนะคะ

3. กระบะทราย สำหรับเป็นห้องน้ำแมว
ถึงจะยังเป็นเพียงลูกแมวตัวน้อย แต่ก็แนะนำให้มองหากระบะทรายที่ใหญ่พอสำหรับน้องแมวตัวเต็มวัยเอาไว้ก่อนได้ค่ะ เพื่อที่เค้าจะสามารถใช้ได้ยาวๆ จนโต และขอแนะนำให้เลือกกระบะทรายที่มีความลึกอย่างน้อย 3 เซนติเมตร เพื่อให้น้องแมวตะกุยทรายกลบของเสียเค้าได้สะดวกด้วยนะคะ

4. ทรายแมวคุณภาพดี
ทรายแมวเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับการขับถ่ายของลูกแมว รวมทั้งยังช่วยให้สุขอนามัยภายในบ้านดีขึ้นอีกด้วย เราจึงควรเลือกใช้ทรายแมวที่ได้คุณภาพ เพราะนอกจากจะช่วยให้กระบะทรายของลูกแมวสะอาดแล้ว ตัวทรายแมวควรจะอุ้มน้ำได้ดีและขจัดกลิ่นได้มากกว่าการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์หรือขี้เลื่อยค่ะ เพื่อนๆ ควรใช้ตะแกรงเหล็กตักของเสียของลูกแมวออกจากทรายแมวทุกวันเพื่อทำความสะอาด เพื่อสุขอนามัยของลูกแมว และล้างด้วยน้ำและสบู่สัปดาห์ละครั้ง เพราะน้องแมวนั้นไม่ชอบกระบะทรายแมวที่เหม็นและสกปรกนะคะ

5. เสาข่วนเล็บแมว
โดยปกติแล้วน้องแมวมักจะใช้การข่วนเล็บเพื่อแสดงอาณาเขต โดยจะทิ้งรอยข่วนที่มองเห็นได้และปล่อยกลิ่นของเค้าติดที่จุดนั้นเอาไว้ ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ ไม่อยากให้ลูกแมวใช้เล็บข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านจนเสียหายล่ะก็ แนะนำให้มองหาเสาข่วนเล็บสำหรับให้เจ้าเหมียวใช้ข่วนเล็บติดบ้านไว้ด้วยจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

6. ที่นอนแมวแบบส่วนตัว
เพราะว่าน้องแมวส่วนใหญ่ชอบความเป็นส่วนตัว ทุกคนจึงควรเตรียมเตียงให้ลูกแมวเอาไว้เสมอนะคะ โดยอาจจะใช้วัสดุง่ายๆ อย่างลังกระดาษที่สะอาด ตัดช่องสำหรับเข้าออกให้กับน้องแมว ปูเบาะและรองด้วยผ้านุ่มๆ ซึ่งอาจจะเป็นเสื้อตัวเก่าของเรา เพราะกลิ่นตัวที่ติดอยู่ในเสื้อผ้าจะช่วยให้แมวนอนสบาย และกระตุ้นให้เค้าอยากใช้ที่นอนแมวใหม่ด้วยนั่นเอง

7. อ่างอาบน้ำแมว
อ่างอาบน้ำที่ไม่ลึกจนเกินไปและมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะให้ลูกแมวลงไปได้ ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เลี้ยงแมวชิ้นสำคัญควรมีติดบ้านเลยค่ะ เพราะว่าลูกแมวส่วนใหญ่จะรู้สึกปลอดภัย และควบคุมได้ง่ายกว่าเมื่ออยู่ในที่ๆ เหมือนมีกำแพงโอบรอบนั่นเอง และถ้าอยากให้เค้ารู้สึกคุ้นเคยกับอ่างอาบน้ำมากขึ้น ก็เพียงใส่ของเล่นแมวลงไปในอ่าง ปล่อยให้น้องแมวเล่นของเล่นสักสองถึงสามนาที หลังจากนั้นให้หยุดและเติมน้ำลงอ่างเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้เล่นต่อ วิธีนี้จะทำให้เค้าชินกับอ่างมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้าเวลาอาบน้ำก็จะกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานและไม่น่ากลัวอีกต่อไปเลยล่ะค่ะ

8. อุปกรณ์แปรงขนแมว
ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เลี้ยงลูกแมวที่สำคัญมากค่ะ เพราะการแปรงขนแมวเป็นประจำนั้น นอกจากจะช่วยกระตุ้นผิวหนังให้ลูกแมวสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยขจัดขนที่หลุดร่วง และลดปริมาณก้อนขนที่แมวอาจจะเลียเข้าไปติดในระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย

9. ของเล่นสำหรับลูกแมว
แม้ว่าลูกแมวตัวน้อยจะอยู่ในช่วงกำลังเติบโต จึงมักจะกินแล้วก็นอนเป็นส่วนใหญ่ แต่เราก็ควรกระตุ้นให้ลูกแมวออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เค้าร่าเริงและช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อ ซึ่งการออกกำลังกายลูกแมวที่ดีที่สุดก็คือการชวนเค้าเล่นของเล่นแมวที่เคลื่อนไหวได้ สั่นได้ หรือแกว่งไปมา ตัวของเล่นแมวต้องมีความคงทนไม่แตกพังง่าย อาทิ ลูกบอลพลาสติก หนูจำลองที่ทำจากยาง หรือสิ่งของบางอย่างในชีวิตประจำวันก็สามารถให้แมวเล่นได้อย่างปลอดภัย เช่น ลูกปิงปอง แกนกระดาษชำระ กล่องรองเท้า ฯลฯ แต่ควรหลีกเลี่ยงของเล่นแมวที่มีความเสี่ยงว่าเค้าอาจจะกลืนลงท้องได้นะคะ

10. ปลอกคอแมว และ สายรัด
ถ้าใครที่มีบ้านพื้นที่กว้างมากๆ และกังวลว่าลูกแมวตัวน้อยของเราจะเดินหลงหายไปจนหาไม่เจอแล้วล่ะก็ อุปกรณ์อย่างปลอกคอแมวและสายรัดจะช่วยได้มากค่ะ แต่แนะนำว่าหากเราต้องการจะผูกเค้าเอาไว้ในบริเวณที่ต้องการหรือจูงเดิน ให้เลือกใช้สายรัดที่คาดรอบตัวของเค้าแทนปลอกคอแมวแมวจะดีกว่า เพราะน้องแมวส่วนใหญ่ไม่ชอบความรู้สึกของการถูกปลอกคอรัดขณะจูงเดินค่ะ

11. อาหารคุณภาพสำหรับลูกแมวสุขภาพดี
สิ่งจำเป็นที่สำคัญสุดๆ ที่ขาดไม่ได้สำหรับการดูแลลูกแมวตัวน้อยทุกสายพันธุ์เลย ก็คืออาหารลูกแมวที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีโปรตีนสูง และมีส่วนผสมของ DHA สารอาหารที่พบในน้ำนมแม่โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้น้องเหมียวมีพัฒนาการที่สมวัย

12. การดูแลด้วยความรักและความใส่ใจ
นอกจากการเตรียมอุปกรณ์ ของเล่น ของใช้ อาหาร ฯลฯ ไว้ให้พร้อมแล้ว “ความรักและความใส่ใจ” และการให้เวลาอยู่ด้วยกันถือเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นมากสำหรับการเลี้ยงแมว โดยเฉพาะกับลูกแมวที่ส่วนใหญ่จะซนและมีพลังงานเหลือเฟือ แถมมีนิสัยเรียกร้องความรักความสนใจเหมือนกับเด็กๆ ดังนั้นถ้าเราให้เวลากับการดูแลและเล่นกับลูกแมวโดยไม่ปล่อยปละละเลย นอกจากจะทำให้น้องแมวมีความสุขและเติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพที่ดีแล้ว เค้าก็จะมอบความสุขกลับมาให้เราได้ทุกๆ ครั้งที่ใช้เวลาร่วมกันได้อีกด้วยค่ะ

คำแนะนำสุดท้ายสำหรับมือใหม่ที่พร้อมจะเลี้ยงแมวตัวแรก นั่นก็คือเราควรหมั่นพาเค้าไปฉีดวัคซีนแมวและตรวจสุขภาพแมวอย่างสม่ำเสมอตามที่สัตวแพทย์แนะนำด้วยนะคะ เค้าจะได้มีสุขภาพที่ดีพร้อมที่จะเติบโตกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวที่จะอยู่ด้วยกัน และมอบความสุขให้แก่กันไปตลอดชีวิตนั่นเองค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.purina.co.th/articles/cats/kitten/welcoming/way-to-handle-new-kittens

ความเชื่อโบราณ "เลี้ยงแมวห้า หมาหก ชีวิตตกต่ำ" จริงหรือไม่ ตรงนี้มีคำตอบค่ะบรรดาคนรักสัตว์และคนที่ชอบเลี้ยงสัตว์ คงจะเคย...
18/08/2022

ความเชื่อโบราณ "เลี้ยงแมวห้า หมาหก ชีวิตตกต่ำ" จริงหรือไม่ ตรงนี้มีคำตอบค่ะ

บรรดาคนรักสัตว์และคนที่ชอบเลี้ยงสัตว์ คงจะเคยได้ยินความเชื่อตั้งแต่โบราณที่ว่า “เลี้ยงแมวห้า หมาหก ชีวิตตกต่ำ” มาบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลายคนยังคงตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น วันนี้ คมชัดลึกออนไลน์ มีคำตอบเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

คราใดที่แมวออกลูกคลอกหนึ่งห้าตัว คนโบราณว่าห้ามเลี้ยงไว้ทั้งหมดควรจะนำไปปล่อยหรือให้เพื่อนบ้านที่ชอบเลี้ยง ความจริงธรรมชาติแมวจะออกลูกครั้งละไม่เกินสองสามตัว แต่การออกลูกมากผู้เลี้ยงจะไม่ไหวเกินฐานะชีวิตจะตกต่ำ ในขณะที่หมาหรือสุนัขเช่นกัน

สมมุติฐานความจริงการเลี้ยงทั้งหมาและแมว ผู้เลี้ยงจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเช่น ค่าอาหาร จะต้องหุงหาอาหารเพิ่มเพราะมีน้องหมาและน้องแมวมาก บางสายพันธุ์ต้องเลี้ยงโดยอาหารสำเร็จรูปราคาแพง สิ้นเปลืองเงินทอง ค่ารักษาพยาบาล ธรรมดาที่คนยังเจ็บป่วยไข้ได้ น้องหมาและน้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงต้องมีสักครั้งที่ป่วยไข้ จนต้องไปรักษาเสียค่าใช้จ่ายบางครั้งเป็นจำนวนเงินมากกว่าคน และเชื้อโรคอันตรายบางโรคอาจติดต่อคนเลี้ยง สมาชิกในครอบครัวเช่นโรคกลัวน้ำ โรคภูมิแพ้จากขน คนเลี้ยงและสมาชิกในครอบครัวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล

นอกจากค่าใช้จ่ายข้างต้นค่าใช้จ่ายดูแลทำกรงขังยามกลางคืน มิฉะนั้นผู้เลี้ยงและสมาชิกในครอบครัวอาจเกิดอุบัติเหตุสะดุดน้องหมาน้องแมว การออกไปกัดผู้อื่นจนต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ การดูแลมูลที่ส่งกลิ่นน่ารำคาญกับคนรอบข้าง และเวลาที่จะต้องให้น้องหมาและน้องแมวเพราะการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีจิตใจเช่นเดียวกับคน ผู้เลี้ยงควรใส่ใจ มีใจให้ แล้วเวลาที่เสียไปแทนที่จะใช้ทำมาหากิน ฤาเพราะเหตุผลทั้งหมดคนโบราณจะออกอุบายห้ามลูกหลานเลี้ยงแมวห้าหมาหก ชีวิตจะตกต่ำ แต่การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเป็นเรื่องดีควรเลี้ยงไม่มากเกินฐานะ เลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงา คนโบราณจึงออกอุบายสอนลูกหลานว่าห้ามเลี้ยงแมวเกินห้าตัวและหมาเกินหกตัว เป็นวลีที่คล้องจองจดจำง่าย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/lifestyle/513583

ลูกกรอกแมว เสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ให้โชคให้ลาภ เมตตามหาเสน่ห์ลูกกรอกแมวถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้นิยมบูชาเครื่องรางของขลัง ผู...
17/08/2022

ลูกกรอกแมว เสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ให้โชคให้ลาภ เมตตามหาเสน่ห์

ลูกกรอกแมวถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้นิยมบูชาเครื่องรางของขลัง ผู้มีอาชีพค้าขาย รวมถึงผู้ทื่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคนิยมหามาบูชากัน โดยมีความเชื่อว่า ลูกกรอกแมวเป็นสุดยอดวัตถุมงคลที่ให้คุณด้านเมตตามหาเสน่ห์ ให้โชคให้ลาภแก่ผู้บูชาหรือครอบครอง เป็นวัตถุมงคลที่มีคุณเป็นอมตะ หรือที่เรียกกันว่า "แมว 9 ชีวิต" กล่าวคือ ฆ่าอย่างไรก็ยังมีจิตและวิญญาณอยู่

วัตถุมงคลเกี่ยวกับลูกกรอกว่ากันว่าลูกกรอกแมวมีอานุภาพใกล้เคียงกับกุมารทอง แต่ลูกกรอกแมวบูชาได้ง่ายกว่ากุมารทองตรงที่ว่าถ้ากุมารทองนั้นเลี้ยงบูชาหรือเลี้ยงไม่ดี อาจจะส่งผลให้โทษต่อตัวผู้เลี้ยงรวมถึงครอบครัวได้ แต่สำหรับลูกกรอกแมวนั้นจะเน้นให้คุณมากกว่าโทษ

ลูกกรอกแมวจะแตกต่างจากรกแมวตรงที่ลูกกรอกแมวมีจิตวิญญาณ ดังนั้นจึงมีความเชื่อกันว่าลูกกรอกแมวมีฤทธิ์ มีอานุภาพในตัว

ลูกกรอกแมวคืออะไร และแบบไหนถึงจะเรียกว่าลูกกรอกแมว

ในพจนานุกรมได้ให้ความหมายของคำว่า "ลูกกรอก" เอาไว้ว่า "ลูกคน หรือลูกสัตว์ มีแมวเป็นต้น ที่ตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือในท้อง มีร่างกายครบบริบูรณ์แต่ขนาดเล็ก เชื่อกันว่าจะให้คุณแก่เจ้าของหรือบางทีก็ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง

ลูกกรอกแมวที่นิยมเช่าหามาบูชาจะมีลักษณะคือ รูปร่างจะมีขนาดเล็กกว่าลูกแมวที่เกิดมาตามปกติ มีร่างกายครบบริบูรณ์ โดยทั่วไปจะคลอดออกมาก่อนกำหนดหรือเรียกว่า "แท้งลูก"

อีกกรณีหนึ่งคือ ครบกำหนดคลอดของแมว แต่ขนาดรูปร่างที่ออกมาจะเล็กผิดปกติ กล่าวคือตายตั้งแต่อยู่ในท้องนั่นเอง ยิ่งถ้าเป็นลูกกรอกแมวที่ยังมีสายสะดือกับรกที่ติดอยู่กับตัวลูกกรอกจะยิ่งเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการนำมาบูชา เนื่องจากลักษณะดังกล่าวเป็นของหายาก ไม่ค่อยมีให้เห็นกันได้บ่อยมากนัก

นอกเหนือจากลูกกรอกแมวผู้นิยมบูชาบางท่านยังนิยมแสวงหา "ลูกแมวที่ไม่มีรูทวารหนัก" โดยส่วนมากลูกแมวจะคลอดออกมาแล้วมีชีวิตแต่อยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายใน ไม่สามารถขับถ่ายเองได้ โดยจะนำร่างลูกแมวที่เสียชีวิตมาทำการสต๊าฟฟ์ แล้วจะให้อาจารย์ทางด้านไสยศาสตร์บริกรรมคาถา (มหาอุตต์) เพื่อเอาไว้บูชาเป็นเครื่องรางของขลังอีกชนิดหนึ่ง

ในลำดับต่อไปคือการนำลูกกรอกแมวมาปฏิบัติตามขั้นตอนที่มีความเชื่อมาแต่โบราณเพื่อให้เกิด "คุณ" กับท่านที่นำไปบูชา ซึ่งขั้นตอนจะคล้ายๆกับการทำรกแมวคือนำลูกกรอกแมวมาคลุกหรือพออกกับขมิ้นเพื่อดับกลิ่น จากนั้นนำมาตากแดด บ้างก็ 7 วัน บ้างก็ 9 วัน ระหว่างนั้นก็้ระวังมดกับแมลงรบกวน

ขั้นตอนต่อมาคือเมื่อจะเลี้ยง ให้จัดข้าวปลา น้ำเลี้ยงได้ตามสมควร ถ้าจะจุดธูปให้ครึ่งดอก (ธูป 1 ดอกหักครึ่งจุดส่วนโคน)

คาถาปลุกว่า "มะอะอุ อุมาอุมา มัชฺชาร ราชามหาลาภา โหหิ"

ลูกกรอกแมวนั้นสามารถลองความเด่นดังได้ด้วยการบนด้วยปลาจะดีมาก โดยเฉพาะการพนันทุกชนิด การเสี่ยงโชค เล่นหุ้น เล่นหวย เข้าบ่อน เรียกเงินเรียกทอง ประมูลงาน เสนองาน นายหน้า ขายประกัน รับเหมาก่อสร้าง ฯลฯ

การบูชาลูกกรอกแมว
1. จุดธูปขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางในบ้าน ใช้ธูป 12 ดอกหรือ 16 ดอก จากนั้นแนะนำตัว ข้าพเจ้าชื่อ ... อยู่่บ้านเลขที่้ ... ขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกปักษ์รักษาบ้านที่ข้าพเจ้าอยู่จงเปิดทางเข้า-ออกให้ลูกกรอกแมวชื่อ ... ให้เข้าออกบ้านข้าพเจ้าได้โดยสะดวกเพื่อเสริมทรัพย์ เสริมบารมี การค้าการขาย โชคลาภ เมตตามหานิยม ขอให้เจ้าที่จงเปิดทางให้ลูกกรอกแมวด้วยเถิด

2. หาภาชนะมาใส่ อาจจะวางบนพานหรือกล่อง แต่ควรหาผ้าสีแดงมารองไว้ เลี้ยงและบูชาด้วยน้ำ นม อาหารแมว หรือปลาทู สิ่งที่แมวชอบกินกัน อาจจะทุกวัน ทุกวันพระ หรือประจำวันเกิด ขึ้นอยู่กับผู้นำไปเลี้ยงบูชา เวลาทำบุญก็หมั่นอุทิศส่วนกุศลผลบุญไปถึงลูกกรอกแมวด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.amuletpura.com/product/1170/

แมวมีความผูกพันกับความเชื่อและวิถีชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่อดีตกาล แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศทั่วโลก อีกทั้งแมวแต่ละสียั...
17/08/2022

แมวมีความผูกพันกับความเชื่อและวิถีชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่อดีตกาล แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศทั่วโลก อีกทั้งแมวแต่ละสียังมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

ความเชื่อเกี่ยวกับ “แมวดำ”
โบราณกาลนานมา แมวสีดำมักจะถูกตราหน้าให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย อัปมงคล ไม่ว่าจะเป็นแมวดำมีความเกี่ยวข้องกับแม่มด ซาตาน แต่ใช่ว่าความเชื่อเกี่ยวกับแมวดำจะต้องเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้ายเสมอไป ยังมีความเชื่อในด้านดี ๆ เกี่ยวกับแมวดำในหลายประเทศอีกเช่นเดียวกัน

ชาวลัตเวีย เชื่อว่า แมวดำ คือ เทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ช่วยให้พืชผลอุดมสมบูรณ์

ชาวเยอรมัน เชื่อว่า ถ้าแมวดำวิ่งตัดหน้าจากซ้ายไปขวาแสดงว่าจะมีโชคร้าย แต่ถ้าจากขวาไปซ้ายจะมีโชคดี

ชาวไทย เชื่อว่า แมวดำเป็นแมวมงคล สามารถบันดาลโชคลาภ และเงินทองให้กับผู้เลี้ยงได้เป็นเศรษฐีมีทรัพย์

ชาวสก็อตเเลนด์ เชื่อว่า หากพบเห็นแมวดำเดินผ่านประตูทางเข้าเมื่อใด เมื่อนั้นความร่ำรวยมั่งคั่งก็จะมาเยือนถึงหน้าบ้านทันที

ชาวอังกฤษ เชื่อว่า แมวดำ คือ สัญลักษณ์ของการครองคู่อย่างมีความสุข และยาวนาน บางครั้งจึงนิยมมอบแมวดำให้กับคู่แต่งงานใหม่ เพื่อเป็นของขวัญ อีกทั้งยังเชื่อว่าแมวดำจะช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายไม่ให้กล้ำกลายเข้ามาในครอบครัว โดยเฉพาะกลาสีเรือชาวอังกฤษจะนิยมเลี้ยงแมวไว้ในครอบครัว เพราะ มีความเชื่อกันมาแต่ครั้งโบราณว่า แมวดำจะช่วยให้สามารถเดินเรือ และเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ไม่พบเจอพายุ และอันตรายใด ๆ ในระหว่างการออกทะเล

ชาวญี่ปุ่น นอกจากจะมีแมวกวักนำโชค 招き猫 (Maneki Neko) เป็นแมวสามสีแล้ว ยังมีแมวกวักสีดำที่เชื่อว่า เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ช่วยปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย และภูติผีปิศาจไม่ให้เข้าใกล้ผู้ครอบครอง อีกทั้งยังเชื่อว่า หากสาวโสดคนไหนอยากได้เจอคู่ครองที่ดีจะต้องเลี้ยงแมวดำ เพราะ มันจะช่วยชักนำหนุ่ม ๆ ที่แสนดีเข้ามาหา

ชาวอิยิปต์โบราณ รักและให้ความสำคัญกับแมวมาก ถึงขนาดมีกฎใครฆ่าแมว จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก อีกทั้งยังเชื่อว่า แมวดำ เป็นสัญลักษณ์ของเทพ Bastet หรือเทพผู้พิทักษ์ ซึ่งจะมีกลักษณะรูปร่างเป็นคน และมีส่วนหัวเป็นแมวสีดำ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.baanlaesuan.com/242574/pets/lifestyle-pets/beliefs-about-cats

ที่อยู่

Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hermes Luxury Cat Homeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์


ร้านขายสัตว์เลี้ยง อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

คุณอาจจะชอบ